นี่คือส่วนหนึ่งของซีรีส์ที่จะยกระดับสกิล Excel ของคุณ โดยคุณสามารถอ่านเรื่องราวอื่นๆ ของซีรีส์นี้ได้จากลิงก์ที่อยู่ด้านล่าง
หลายคนคงคิดว่า สูตรแต่ละสูตรใน Excel สามารถใช้คำนวณได้เฉพาะในเซลล์ที่ระบุไว้เท่านั้น
แต่ด้วยฟีเจอร์ Dynamic Array ของ Excel สูตรหนึ่งสูตรจะสามารถนำไปใช้กับหลายๆ เซลล์ได้พร้อมกันเลยล่ะ โดยที่แต่ละเซลล์จะมีการคำนวณเป็นของตัวเองด้วย ทีนี้ การสร้างเวิร์กบุ๊กขนาดใหญ่จึงเป็นเรื่องง่ายและไม่ต้องห่วงว่าจะพลาด ที่สำคัญ คุณสามารถใช้สูตรอันน่าทึ่งเหล่านี้คำนวณชุดข้อมูลที่มีสมาชิกหลายๆ ตัวได้ในทุกที่ของเวิร์กบุ๊กด้วย
มาดู 2 ตัวอย่างที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพว่า Dynamic Array สามารถช่วยคุณประหยัดเวลาได้อย่างไรกันดีกว่า
เริ่มต้นใช้งาน: สร้างตารางบวกเลข
เป้าหมายของคุณ: สร้างตารางบวกเลขและช่องคำตอบเหมือนกับที่โชว์อยู่ด้านล่างเพื่อช่วยเด็กๆ ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (รวมถึงช่วยตรวจคำตอบของพวกเขาด้วย)
วิธีแบบเดิมๆ: หลังจากที่ใส่ค่าลงไปในแถวและคอลัมน์แรกเพื่อทำการบวกแล้ว คุณจะต้องใส่สูตรอย่าง =C4+B5 ในเซลล์แรกบนตาราง จากนั้นคัดลอกและวางเซลล์นั้นให้ครบทั้งแถว ตามด้วยการคัดลอกแถวนั้นวางลงในแถวด้านล่าง แค่อ่านก็ปวดหัวแล้ว!
วิธีแบบ Dynamic: เขียนสูตรแค่สูตรเดียวที่อ้างอิงถึงเซลล์ทั้งหมด แล้วให้มันคำนวนค่าของทุกเซลล์ในคราวเดียว
วิธีทำ: ใช้ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่าง ใส่ =C4:J4+B5:B18 ในเซลล์แรกของช่องคำตอบ โดยที่ C4:J4 จะแทนช่วงของเซลล์ในแถวแรก และ B5:B18 ก็จะแทนช่วงของเซลล์ในคอลัมน์แรก จากนั้นกด Enter แล้วผลบวกก็จะแสดงขึ้นมาเต็มตาราง!

อัปเลเวลขึ้นอีกนิด: สรุปข้อมูลตามรายชื่อหรือหมวดหมู่
เป้าหมายของคุณ: หาข้อมูลพนักงานที่ทำยอดขายสูงสุดในแต่ละสัปดาห์ และดูยอดขายสุทธิที่แต่ละคนทำได้ รวมถึงอัปเดตยอดเหล่านั้นเมื่อมีผู้ชนะคนใหม่
วิธีแบบเดิมๆ: คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน =SUMIF() เพื่อดูยอดขายรวมของแต่ละคน แต่เนื่องจากมีผู้ชนะใหม่ๆ ถูกเพิ่มเข้ามาในทุกสัปดาห์ คุณจึงจำเป็นต้องปรับสูตรเองในทุกๆ ครั้งเพื่อรองรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
วิธีแบบ Dynamic: ใช้ Dynamic Array ที่จะอัปเดตช่วงให้คุณโดยอัตโนมัติในทุกๆ ครั้งที่มีการเพิ่มผู้ชนะคนใหม่เข้าไปในแต่ละสัปดาห์
วิธีทำ: ตารางด้านล่างแสดงรายชื่อผู้ชนะในแต่ละสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน ในการหาลิสต์รายชื่อพนักงานขายโดยไม่ต้องใส่ชื่อที่ซ้ำกัน ให้ใช้ฟังก์ชันใหม่อย่าง UNIQUE() เพียงแค่ใส่สูตร =UNIQUE(B3:B12) โดยที่ B3:B12 คือรายชื่อปัจจุบันของผู้ชนะ

ในการหายอดขายรวมของแต่ละคน ให้คุณใช้เวอร์ชันพิเศษของฟังก์ชัน =SUMIF() โดยในคอลัมน์ต่อจากชื่อของ Murat ให้คุณใส่สูตร =SUMIF(B3:B12,E3#,C3:C12) โดย B3:B12 คือรายชื่อผู้ชนะในปัจจุบัน และ C3:C12 คือยอดขายประจำสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน
ทีนี้ เราจะมาร่ายเวทมนตร์ด้วยเครื่องหมาย # กัน เครื่องหมายนี้จะบอกให้ Excel อ้างอิงช่วงทั้งหมดของ Dynamic Array หรือพูดง่ายๆ ก็คือบอกให้ Excel นับแถวใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามานั่นเอง พอใส่สูตรแล้วก็กด Enter จากนั้น Excel จะสรุปยอดขายของแต่ละคนออกมาให้คุณเอง

ตอนนี้เมื่อคุณเพิ่ม Alyssa เข้ามาเป็นผู้ชนะในสัปดาห์ที่ 11 แล้ว ข้อมูลสรุปยอดขายของเธอก็จะถูกเพิ่มลงไปในรายการสรุปให้โดยอัตโนมัติ

ใน Excel คุณสามารถใช้ Dynamic Array ได้หลายวิธี เช่น ใช้กับฟังก์ชัน FILTER(), SORT(), SORTBY(), SEQUENCE(), และ RANDARRAY() เป็นต้น เพียงแค่ใส่สูตรเหล่านี้ครั้งเดียวมันก็จะช่วยเติมเซลล์อื่นๆ ให้คุณได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด เรียกได้ว่า Dynamic Array นี่แหละคือผู้ช่วยที่จะประหยัดเวลา (และแรง) ให้คุณได้มหาศาลเลยทีเดียว