พบกับนักพัฒนา

Myst กลับมาแล้วพร้อมโฉมใหม่

Hannah Gamiel กับการรีเมกผลงานเกมสุดคลาสสิก

ความเป็นมาของ Hannah Gamiel กับ Myst หากจะให้พูดถึง คงต้องย้อนกลับไปนานมากๆ เลยล่ะ

“ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันกำลังนั่งบนตักแม่และดูแม่เล่นเกมนี้อยู่” เธอเล่า “ฉันไม่รู้หรอกว่าเกมเป็นยังไง แต่ฉันจำได้ดีว่าพ่อกับแม่ชอบ Myst มากแค่ไหน”

วันนี้ Hannah ไม่ได้เป็นแค่คนที่ได้เห็นการกลับมาอีกครั้งของโลกสุดดื่มด่ำและน่าทึ่งของ Myst เพราะเธอนี่แหละ คือคนที่คุมโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเอง ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาของ Cyan Worlds จากสโปแคน กรุงวอชิงตัน Hannah เป็นสื่อกลางในการเปิดตัว Myst เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ ซึ่งเป็นเกมที่คว้ารางวัล Mac แห่งปี 2021 ของเรา “พ่อกับแม่ของฉันแฮปปี้มากๆ เลยล่ะ” เธอพูดพร้อมหัวเราะ “สมกับเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ”

ในหลายๆ มิติ Myst ของ Hannah ยังคงเป็นเหมือนเดิมอย่างที่ครอบครัวของเธอชื่นชอบ “กราฟิกแตกต่างออกไปมาก แต่ว่าเราอยากให้คุณรู้สึกเหมือนว่า นี่คือ Myst ที่คุณเคยเล่นมาก่อน” Hannah กล่าว

เกมพัซเซิลอันน่าหลงใหลนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 ในฟอร์แมตที่เป็นตำนานซึ่งเรียกว่า CD-ROM และได้กลายเป็นเกมที่ขายดีที่สุดบน PC ในช่วงเวลาดังกล่าว ตั้งแต่ตอนนั้นจักรวาลของ Myst ก็ได้ขยายไปสู่ภาคต่อ ภาครีบูต และเวอร์ชันออนไลน์

นั่นหมายความว่าคุณจะได้เริ่มต้นจากท่าเรือเดิมและสำรวจดินแดนที่คุ้นเคยของเกมต้นฉบับ แต่ว่าคุณจะได้เพลิดเพลินกับการอัปเกรดที่เพิ่มเข้ามาด้วย อย่างความสามารถในการเซฟภาพหน้าจอแล้วบันทึกเอาไว้ในอัลบั้มของเกม (เหมือนกับการจดเบาะแสเอาไว้ในสมุดแบบเมื่อก่อนเลย) และการเคลื่อนที่อย่างอิสระแบบ 3D โดยที่จะไม่มีการกระโดดไปยังภาพนิ่งเป็นฉากๆ อีกต่อไป

Myst ยังได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ล่าสุดด้วย โดยคุณจะได้สัมผัสกับตัวเกมที่ดูสวยงามมากกว่าที่เคย เมื่อรันบน Mac ที่ใช้ชิป M1 ซึ่งใช้ขุมพลังของ Metal 2.1 และ AMD FidelityFX Super Resolution เพื่อเล่นในแบบ 30 fps บนความละเอียด 4K

แม้ว่า Hannah จะได้รู้จักกับ Myst ตั้งแต่ยังเด็ก แต่เธอได้เล่นมันจริงๆ ก็ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว โดยหลังจากที่เธอเรียนจบ เธอได้ไปฝึกงานในแผนก QA ที่ Cyan และหลังจากนั้นก็ได้รับการจ้างแบบเต็มเวลาในตำแหน่งวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยรับผิดชอบในด้านเสียงของเกมต่างๆ เช่น Obduction

หลังจากที่พักไปในช่วงเวลาสั้นๆ เธอถูกชักชวนให้กลับมายัง Cyan ซึ่งคนชวนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่น้อง Rand และ Robyn Miller ผู้คิดค้นผลงาน Myst ต้นฉบับนั่นเอง “ฉันไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน” เธอกล่าว (แต่นอกเหนือจากนั้นยังมีสายสัมพันธ์ทางครอบครัวด้วย เพราะ Rand เป็นพ่อเลี้ยงของเธอ) “Hannah เข้าสู่วงการเกมแบบเต็มตัวแล้วล่ะ” Rand กล่าว “เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ‘โอเค เราจะสื่อสาร Myst ในแบบใหม่นี้ยังไง มันจะไปในทิศทางไหน?’ เราได้ชวน Hannah และ Eric Anderson ซึ่งเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของเรากลับมา ซึ่งพวกเขาได้นำทางและช่วยบริษัทพลิกสถานการณ์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง”

คุณไม่เคยเห็น Myst แบบนี้มาก่อนแน่นอน

แน่นอนว่าการสร้างเกมที่ครองใจแฟนเกมมากว่า 3 ทศวรรษขึ้นมาใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “เราคุยกับ Rand และ Robyn เยอะมากๆ” Hannah กล่าว “อะไรคือสิ่งที่พวกเขาโอเคที่จะเปลี่ยนแปลง? แล้วแฟนๆ ของ Myst ที่มองว่าเกมนี้มีความหมายกับพวกเขามากๆ จะว่ายังไง?” แต่สุดท้ายแล้ว เธอและทีมก็ได้รับการอนุมัติจากผู้คิดค้นเกมต้นฉบับ

“มันคือประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจมากๆ ที่ได้กลับมาอีกครั้ง หลังผ่านเวลาไปหลายปี” Robyn กล่าว “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Selenitic Age สวยงามมากๆ สีสันของมันน่าตื่นตาสุดๆ” (Robyn ได้เล่นเวอร์ชันรีเมกกับลูกสาววัย 10 ขวบของเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาก็ได้สัมผัสกับความท้าทายและสถานที่ต่างๆ อีกครั้งผ่านมุมมองใหม่ๆ)

คำชมของ Robyn ทำให้ Hannah ภูมิใจเอามากๆ “มันรู้สึกดีจริงๆ ที่สามารถทำเกมออกมาได้อย่างสมชื่อ แน่นอนว่าคุณอยากทำให้ทุกคนมีความสุข แต่พอคุณได้เห็นผู้สร้างต้นฉบับรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น คุณจะรู้ได้ทันทีเลยว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ใช่”

ท้ายที่สุดแล้ว การปรับแต่งใหม่ก็ตอบโจทย์ ทั้งการนำเอาความมหัศจรรย์ของ Myst มาสู่อีกเจเนอเรชัน และการมอบความสดใหม่ให้กับแฟนๆ ตัวยงโดยที่ไม่เสียเสน่ห์ของเกมต้นฉบับไป “ผู้คนสามารถผ่อนคลายในสภาพแวดล้อมที่ไม่ทำร้ายหรือสร้างความหวาดกลัวให้พวกเขา ฉันคิดว่าพวกเขาจะได้รับความรู้สึกนั้นอีกครั้ง แบบที่พวกเขาสามารถดื่มด่ำไปในโลกแห่งหนึ่งและรู้ว่ามันจะต้องดี” เธอกล่าว “สุดท้ายคุณจะหาทางออกได้แน่นอน” เธอเสริมพร้อมหัวเราะ