การเรียนภาษาใหม่ก็เหมือนการออกเดินทาง และการออกเดินทางครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งไหนๆ เพราะ Chants of Sennaar จะพาคุณไปสู่ดินแดนแห่งภาษาที่ไม่คุ้นเคย วัฒนธรรมที่ชวนให้รู้จัก และสถานที่งดงามน่าทึ่งมากมาย คุณจะได้ค้นพบและถอดรหัสในโลกอันอุดมสมบูรณ์ผ่านการวิเคราะห์สัญลักษณ์ ไขปริศนา และโต้ตอบกับผู้คนที่ได้พบพาน
เราขอแชร์สิ่งที่เราได้เจอในโลกแสนเฉพาะตัวใบนี้หลังจากได้ลองก้าวเข้าไปใน Tower แสนลึกลับ รวมทั้งสอบถาม Julien Moya ผู้ร่วมก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของบริษัทพัฒนา Rundisc ถึงความเป็นมาของการผจญภัยอันน่าประทับใจนี้
เข้าสู่โลกแห่งคำ
คุณตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่ที่ด้านล่างของหอคอยประหลาด แถมยังไม่เข้าใจอักขระที่เขียนอยู่บนกำแพงและสิ่งที่ผู้คนรอบตัวพูด แต่เดี๋ยวก่อน เราเห็นสัญลักษณ์นี้เรียงติดกันหลายรอบ และดูเหมือนจะสื่อถึงบางอย่างเกี่ยวกับประตูที่ขวางทางคุณอยู่ ถ้าสัญลักษณ์ที่ต่างกัน 2 อันหมายถึง “เปิด” และ “ปิด” รูปอักขระที่เห็นซ้ำ 2 รอบต้องแปลว่า “ประตู” แน่ๆ เลย! จดสิ่งที่คุณตีความในสมุดบันทึก เพื่อจะได้ปรับคำแปลได้ตลอดเวลาเมื่อได้คำใบ้เพิ่มเติม

หลังจากสำรวจส่วนต่างๆ ของหอคอยแล้ว คุณจะได้นำความรู้ที่เก็บสะสมไว้มาตีความชุดอักขระ การแตะสัญลักษณ์ที่พบเจอรอบโลกจะเป็นการแปลสัญลักษณ์ โดยอาศัยการผสมคำศัพท์ต่างๆ ที่คุณแปลไว้แล้วและโน้ตที่คุณจดไว้ และการไขข้อความได้จะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจสุดๆ เลยล่ะ
“เราสร้างเกมโดยใช้ทักษะที่สมองมนุษย์ออกแบบมาให้มีและเชี่ยวชาญมากๆ ซึ่งก็คือการจำแพทเทิร์นและการเรียนภาษาผ่านการฝึกฝน” Julien กล่าว “เราทุกคนเคยทำมาหมดแล้วตอนที่เกิดมาและเรียนรู้ภาษาแม่ผ่านการสังเกตอย่างเดียว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเริ่มเรียนหนังสือเสียอีก เรียกได้ว่าเราทุกคนเคยเล่น Chants of Sennaar กันมาแล้ว”
หาและซ่อน
หอคอยคือบ้านของผู้คนและภาษามากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีในตอนแรก บางครั้ง คุณต้องคอยหลบเหล่าผู้พิทักษ์ที่ปกป้องหอคอยบางส่วน ซึ่งทำได้โดยการใช้จุดซ่อนตัวและสิ่งรบกวนเพื่อให้แอบเดินผ่านไปได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณก็จะเข้าใจภาษาและความเชื่อเฉพาะของแต่ละกลุ่ม
ภาษาเหล่านี้ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากระบบตัวอักษรจริงๆ อย่างอักษรรูนที่เหล่าไวกิ้งใช้กัน และอักษรรูปลิ่ม ซึ่งเป็นระบบการเขียนที่เก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จัก สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกว่าโลกในหอคอยนี้มีชีวิตชีวาและกว้างใหญ่ “เราใช้สัญลักษณ์และอ้างอิงวัฒนธรรมที่ทุกคนคุ้นเคย เพื่อให้ผู้เล่นได้เติมช่องว่างที่มาจากส่วนของจักรวาลที่ยังไม่ได้สำรวจ” Julien กล่าว
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
จักรวาลที่รอให้คุณสำรวจนั้นถ่ายทอดออกมาผ่านการแต่งแต้มสีเหลือง เขียว และม่วงสุดงดงามที่อยู่ระหว่างเส้นหนาคม ทำให้นึกถึงต้นแบบหนังสือการ์ตูนคอมิกฝรั่งเศส อย่างผลงานของ Mœbius ศิลปินฝรั่งเศสระดับตำนาน
“ศิลปินคนแรกที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราคือ Phillippe Druillet ซึ่งเป็นเพื่อนของ Mœbius” Julien กล่าว “โทนสีสันสดใสของฉาก อาคารและสิ่งก่อสร้างในสไตล์ไซโคลเปียน และภาพรวมของทิศทางงานศิลป์สไตล์สุดโต่งเป็นสิ่งที่เราได้อิทธิพลจาก Druillet เยอะมากๆ”

“นอกจากหนังสือการ์ตูนคอมิกแล้ว แรงบันดาลใจที่สำคัญของเราคือตัวสถาปัตยกรรมทั้งแนวโบราณและสมัยใหม่ อาคารบางส่วนที่เห็นในเกมก็เป็นการสะท้อนถึงการก่อสร้างที่มีอยู่จริงด้วย”
อิทธิพลใหญ่ๆ เหล่านี้เห็นได้จากการผสมผสาน Tower of Babel ที่อยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลและความเป็น Sci-Fi ของ Chants of Sennaar เข้าด้วยกัน ลายเส้นสลักรอบๆ ที่พักของนักเดินทางของคุณส่องสว่างด้วยพลังงานที่เหมือนมาจากนอกโลก และคุณจะมีโอกาสได้พบกับเทคโนโลยีน่าสนใจอื่นๆ ขณะเดินทางด้วย
“นี่เป็นเกมที่ผู้เล่นต้องค้นพบสิ่งต่างๆ ขณะเล่นด้วยตัวเอง การเล่น Chants of Sennaar ให้สนุกนั้นใช้เพียงแค่ความใคร่รู้และการสังเกตเท่านั้นเอง” Julien กล่าว
การเรียนรู้ภาษาต่างๆ ใน Chants of Sennaar เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการผจญภัย และนี่คือเรื่องราวการค้นหาวิธีสื่อสารที่จะทำให้คุณอึ้งจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว