ควรมีติดเครื่อง

รับมือกับขยะอาหาร

วิธีที่แอปเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณรักษ์โลกได้

มีหนึ่งวิธีที่ง่ายมากๆ ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกของเรา นั่นก็คือการทานอาหารที่อยู่ในตู้เย็นของคุณ

จากข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ การสร้างก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกโดยมนุษย์นั้นเกิดจากการผลิต การขนส่ง และการปล่อยให้อาหารเน่าเสียถึง 8-10 เปอร์เซ็นต์

“ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหารราคาประหยัดจากร้านอาหารหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หรือการติดตามจำนวนอาหารที่คุณเก็บตุนไว้ในครัวเรือน มีวิธีอีกเยอะแยะมากมายที่เทคโนโลยีสามารถช่วยให้คุณรับมือกับขยะอาหารได้” ดร. Christian Reynolds อาจารย์ภาควิชานโยบายอาหารประจำ City, University of London กล่าว

และต่อไปนี้ก็คือสามวิธีที่แอปสามารถช่วยให้คุณทานอาหารได้อย่างชาญฉลาดขึ้นและสิ้นเปลืองน้อยลง

วางแผนก่อนช็อป

จากข้อมูลของโครงการรณรงค์เรื่องการกำจัดขยะเพื่อความยั่งยืน (Waste and Resources Action Programme หรือ WRAP) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รณรงค์เรื่องสภาพอากาศนั้น เหตุผลหลักที่เราต้องทิ้งอาหารที่ซื้อมาก็เพราะว่าเราทานไม่ทัน ไม่ชอบ หรือทำมากจนเกินไป

เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ และใช้แอปที่เสนอวิธีแก้ปัญหา ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบได้จากบ้านของคุณเอง

แอปวางแผนมื้ออาหารที่ชาญฉลาดอย่าง Mealime จะรวบรวมสูตรอาหารที่คุณสามารถใช้วัตถุดิบที่เหลือจากอาหารมื้อหนึ่งไปทำอาหารอีกมื้อได้ และยังช่วยคุณค้นพบสูตรอาหารตามสิ่งที่เหลืออยู่ในตู้เย็นของคุณด้วย

นอกจากนี้ยังมีแอปอีกมากมายที่เปลี่ยนสูตรอาหารให้เหมาะกับจำนวนคนที่น้อยลง และปรับปริมาณให้เป็นไปตามรายการจับจ่ายใช้สอยที่แอปสร้างมาให้คุณ

การคำนึงถึงความเป็นจริงว่าคุณควรทำหรือทานอาหารมากแค่ไหนเป็นเรื่องสำคัญ โดย ดร. Christian กล่าวว่า “ในบางครั้งเรามีแผนดีๆ และซื้อผักมามากมาย แต่แล้วผักพวกนั้นก็ถูกแช่ค้างอยู่ในตู้เย็น”

เขายังกล่าวอีกด้วยว่า การป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารเริ่มจากการทำรายการจับจ่ายใช้สอยและซื้อเฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น

ต้องรู้ว่ามีอะไรอยู่ในตู้เย็น

คุณมักจะเจออาหารซ้ำกันอยู่ในตู้กับข้าวหรือจำใจต้องทิ้งอาหารที่แช่แข็งไว้นานเกินไปหรือเปล่า? แอปด้านล่างนี้จะช่วยเรื่องการติดตามอาหารที่คุณมีอยู่แล้วให้ง่ายขึ้น คุณจะได้ไม่ต้องซื้อของมาเกินจำนวน

การเพิ่มรายการในสต็อกนั้นก็ง่ายดาย มีหลายแอปที่ให้คุณสแกนบาร์โค้ดของสินค้าได้เลย ในขณะที่บางแอปก็ให้คุณเป็นคนเพิ่มรายการทุกอย่างที่ซื้อมาโดยการสแกนใบเสร็จ

แอปเหล่านี้ยังช่วยเตือนคุณเมื่อมีของใกล้หมดอายุด้วย และบางแอปจะคอยคำนวณให้ว่าคุณได้สร้างขยะอาหารไปมากแค่ไหนแล้ว

ฟีเจอร์อย่างหลังนี้อาจเป็นตัวกระตุ้นที่ดีได้ โดย Roni Neff รองศาสตราจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins กล่าวว่า “มันเป็นสิ่งที่เราทำเองโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อถึงเวลาที่เราต้องทิ้งของพวกนั้น เราก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นอาหารอีกต่อไป แต่เมื่อคุณเริ่มติดตามมัน ความรู้สึกของคุณก็จะเปลี่ยนไป”

การมองเห็นมูลค่าของเงินจากอาหารที่คุณเก็บไว้หรือทิ้งไป อาจทำให้คุณทั้งประหลาดใจและได้แรงบันดาลใจพอๆ กัน ซึ่ง Roni กล่าวว่าอาหารที่ถูกทิ้งทั่วโลกในทุกๆ ปีมีมูลค่าประมาณหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

นอกเหนือจากการใช้แอปเหล่านี้แล้ว Roni ยังแนะนำให้พกกล่องใส่อาหารและป้ายติดกล่องเก็บอาหารที่เหลือด้วย รวมถึงจัดตู้เย็นใหม่เพื่อจะได้เห็นว่ามีสิ่งใดที่ต้องนำออกมารับประทานบ้าง “สิ่งเหล่านี้สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากเลย”

ค้นพบของอร่อย

Roni ยังบอกด้วยว่าในแต่ละวัน อุตสาหกรรมค้าปลีกและบริการด้านอาหารจะต้องทิ้งอาหารที่ยังคงทานได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นร้อยละ 40 ของขยะอาหารทั่วโลก (ในขณะที่อีกร้อยละ 60 เป็นขยะอาหารจากครัวเรือน)

แต่แอปที่เราจะแนะนำด้านล่างนี้กำลังพยายามช่วยลดขยะดังกล่าว โดยช่วยให้ร้านอาหาร ร้านขายของชำ ร้านเบเกอรี่ และร้านค้าอื่นๆ ขายมื้ออาหารแบบลดราคาหรือขายอาหารที่ใกล้หมดอายุได้

ในแต่ละวันที่ Too Good To Go (ผู้ชนะ App Store Award สาขาผู้จุดประกายทางวัฒนธรรมปี 2023 ที่ให้บริการใน 19 ประเทศในตอนนี้) กิจการต่างๆ จะมาโพสต์เกี่ยวกับ “ถุงเซอร์ไพรส์” พร้อมช่วงเวลาที่ให้เข้าไปรับของได้ (ซึ่งมักเป็นช่วงที่ร้านใกล้จะปิด)

แอปเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการจับคู่ลูกค้าที่กำลังหิวกับร้านค้าที่มีอาหารล้นสต็อก โดยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2016 Too Good To Go ก็ได้ช่วยประหยัดอาหารไปแล้วมากกว่า 300 ล้านมื้อ ในขณะที่ Olio ซึ่งมีให้บริการในกว่า 50 ประเทศ ก็ช่วยให้ไม่ต้องทิ้งขยะอาหารไปแล้วประมาณ 108 มื้อ นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2015

Roni ยังแนะนำอีกว่าคุณควรบอกร้านอาหารหรือร้านขายของชำในพื้นที่ของคุณให้รับรู้ว่า คุณให้ความสำคัญกับการลดขยะอาหาร ซึ่ง “ถ้ามีคนบอกพวกเขาเรื่องนี้บ่อยๆ มันก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้”