chilli ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ และช่วยให้ผู้คนสามารถลงมือทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์เพื่อหยุดการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง หรือเพื่อปกป้องทะเลสาบจากสารเคมีที่คงอยู่ถาวร แอปนี้จะเปลี่ยนการรณรงค์ที่ใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย ให้กลายเป็นแรงกดดันร่วมกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
ก่อนเปิดตัวแอป ทีมงานได้ใช้เวลา 3 ปีเพื่อสัมภาษณ์ผู้จัดกิจกรรมและนักเคลื่อนไหว เกี่ยวกับกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการเชิญชวนผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมในวงกว้าง เราได้พูดคุยกับ Xavier Durand ผู้ร่วมก่อตั้งแอป และสอบถามว่างานวิจัยดังกล่าวได้มีส่วนกำหนดทิศทางการออกแบบแอปอย่างไร

เรียบง่ายเข้าไว้
ผลการวิจัยของทีมนำไปสู่อินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและคล่องตัว ซึ่งออกแบบมาเพื่อการดำเนินการที่แสนง่ายดาย เช่น การลงชื่อในคำร้อง การส่งอีเมลถึงบริษัทต่างๆ และการติดต่อผู้ร่างกฎหมาย แอปยังเตรียมอีเมลที่คุณสามารถปรับแต่งได้เอง เพื่อใส่ความเป็นคนจริงๆ ลงไปด้วย
“เป้าหมายคือการทำให้การเคลื่อนไหวทางสังคมรู้สึกเหมือนเป็นภาระหน้าที่น้อยลง และรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งที่ทำได้จริงระหว่างการประชุม” Xavier กล่าว “เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะขจัดทุกเหตุผลที่เป็นไปได้ที่จะทำให้ลังเล การดำเนินการทุกอย่างในแอปใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาที”
ทำทุกอย่างในแบบที่เป็นคุณ
“แรงกดดันที่คลุมเครือมักไม่ค่อยได้ผล แต่แรงกดดันที่ตรงจุดต่างหากที่ได้ผล” Xavier กล่าว แม้จะมีความขัดแย้งในใจเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ทีมงานก็เลือกที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างอีเมลที่ไม่ซ้ำกันสำหรับผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งปรับแต่งให้เข้ากับค่านิยมของพวกเขา
“อีเมลทุกฉบับที่ส่งถึงกล่องขาเข้าของผู้มีอำนาจตัดสินใจจะแตกต่างกันไป เพราะโมเดลของเราจะปรับแต่งข้อความให้เข้ากับผู้ส่ง” Xavier กล่าว “อีเมลที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด คืออีเมลที่ส่งถึงบุคคลที่เจาะจง อ้างอิงถึงสิ่งที่บุคคลนั้นเคยกล่าวต่อสาธารณะ และระบุคำขอที่ชัดเจนพร้อมกำหนดเวลา”
สร้างโมเมนตัม
การลงมือทำเพียงครั้งเดียวนั้นทรงพลัง แต่การทำอย่างสม่ำเสมอต่างหากที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ฟีเจอร์ของแอปที่ทำให้เหมือนเป็นเกม ไม่ว่าจะเป็นการทำสตรีก เหรียญดิจิทัล และรางวัล จะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนกลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การแจ้งเตือนแบบพุชจะช่วยเน้นย้ำให้เห็นว่า แคมเปญต่างๆ กำลังได้รับความสนใจและสร้างผลลัพธ์ในโลกจริงได้อย่างไรบ้าง
การเชื่อมต่อแบบตัวต่อตัวที่แอปสร้างขึ้นเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ “นั่นจะทำให้คุณรู้สึก ‘ว้าว’” Xavier กล่าว “คุณจะได้รับคำตอบจากคนที่คุณส่งอีเมลไปหาโดยตรง ในกล่องจดหมายส่วนตัวของคุณ แอปนี้จะช่วยให้ผู้คนเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ความพยายามของพวกเขาเกิดผลที่ตรงไหน”
ระดมชุมชน
สิ่งที่เริ่มต้นจากรายการแคมเปญที่รวบรวมมาโดยทีมงานของ chilli ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในตอนนี้ ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมโครงการริเริ่มที่นักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ เริ่มต้นไว้ หรือจะเปิดตัวแคมเปญของตัวเองก็ได้
“ชุมชนต้องการที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยตัวเอง” Xavier กล่าว ปัจจุบันนี้ ผู้ใช้ chilli ได้ทำกิจกรรมไปแล้วกว่า 600,000 ครั้ง ในแคมเปญต่างๆ ที่สร้างขึ้นโดยนักเคลื่อนไหวกว่า 1,000 คน